หนูอยากให้ทุกคนที่กำลังประสบปัญหาในเส้นทางที่ยากลำบาก
อยากให้เราลองนึกภาพเห็นคนที่เรารัก หรือตัวของเราเอง
ยืนอยู่ปลายทางของความสำเร็จว่าจะมีความสุขแค่ไหน
ถึงทางที่เราเดินมันจะลำบาก แต่ถ้าปลายทางมันสวยงาม
หนูว่ามันก็คุ้มที่จะพยายามก้าวข้ามผ่านมันไปค่ะ

          ครอบครัวของน้องจุ๊บจิ๊บมีสมาชิกด้วยกันทั้งหมด 4 คน อันประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ชาย และตัวน้องเอง ทุกคนอาศัยอยู่ในเช่าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพราะยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง พ่อในวัยใกล้เกษียณอายุ 59 ปี เป็นพนักงานบริษัท พอเลิกงานตอนเย็นจะมาขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างหารายได้เสริมทั้งที่ท่านมีโรคประจำตัวเป็นทั้งโรคเบาหวาน และเก๊าท์ ส่วนแม่อายุ 45 ปี เคยทำอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวแต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิดทำให้ได้รับผลกระทบขายของไม่ได้เลยตัดสินใจเลิกขาย ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นแม่จึงกลับมาทำอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้หลักของครอบครัวจึงมาจากงานพ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัว

          ครอบครัวของน้องจุ๊บจิ๊บมีสมาชิกด้วยกันทั้งหมด 4 คน อันประกอบด้วย พ่อ แม่ พี่ชาย และตัวน้องเอง ทุกคนอาศัยอยู่ในเช่าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพราะยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง พ่อในวัยใกล้เกษียณอายุ 59 ปี เป็นพนักงานบริษัท พอเลิกงานตอนเย็นจะมาขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างหารายได้เสริมทั้งที่ท่านมีโรคประจำตัวเป็นทั้งโรคเบาหวาน และเก๊าท์ ส่วนแม่อายุ 45 ปี เคยทำอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวแต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิดทำให้ได้รับผลกระทบขายของไม่ได้เลยตัดสินใจเลิกขาย ตอนนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นแม่จึงกลับมาทำอาชีพรับจ้างทั่วไป รายได้หลักของครอบครัวจึงมาจากงานพ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัว

          “เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2564 ครอบครัวหนูติดโควิดกัน 3 คน ยกเว้นพี่ชาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่บ้านหนูเจอเหตุการณ์ที่หนักหน่วงมากทั้งการติดโควิด และวิกฤตค่าใช้จ่ายที่รุมเร้าและยิ่งทวีความยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ จนหนูได้มาโอกาสไปออกรายการเก่งจริงชิงค่าเทอม ทำให้มีรายได้มาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว หนูสามารถปิดหนี้ให้แม่ได้บางส่วน หนูมีเงินจ่ายค่าเทอมโดยที่พ่อไม่ต้องลำบากมารับผิดชอบหนู ถือเป็นช่วงเวลาที่นั้นหนูมีความสุขมากเลยค่ะ”

          “เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2564 ครอบครัวหนูติดโควิดกัน 3 คน ยกเว้นพี่ชาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่บ้านหนูเจอเหตุการณ์ที่หนักหน่วงมากทั้งการติดโควิด และวิกฤตค่าใช้จ่ายที่รุมเร้าและยิ่งทวีความยากลำบากขึ้นเรื่อยๆ จนหนูได้มาโอกาสไปออกรายการเก่งจริงชิงค่าเทอม ทำให้มีรายได้มาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว หนูสามารถปิดหนี้ให้แม่ได้บางส่วน หนูมีเงินจ่ายค่าเทอมโดยที่พ่อไม่ต้องลำบากมารับผิดชอบหนู ถือเป็นช่วงเวลาที่นั้นหนูมีความสุขมากเลยค่ะ”

          ขณะนี้จุ๊บจิ๊บกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทย์-คณิต ผลการเรียนเทอมล่าสุดได้เกรดเฉลี่ย 4.00 สร้างความภาคภูมิใจและเป็นของขวัญที่ทำให้พ่อกับแม่หายเหนื่อยจากการตรากตรำทำงานอย่างหนัก แม้จะมีภาะที่หนัก แต่จุ๊บจิ้บรู้จักแบ่งเวลา เวลาไปโรงเรียนก็จะตั้งใจเรียน เมื่อมีเวลาว่างในโรงเรียนก็จะนั่งทำการบ้านที่ครูมอบหมาย และจะพยายามทำงานให้เสร็จจากที่โรงเรียนเลย เมื่อมาถึงบ้านจะได้ช่วยทำงานบ้าน ทั้งซักผ้า กรอกน้ำเข้าตู้เย็น กวาดบ้าน ถูบ้าน บางครั้งก็เข้าครัวช่วยแม่ทำกับข้าว นอกจากนี้ยังช่วยหาเงินเข้าบ้านด้วยการพับถุงกระดาษขาย รับขนมพวกคุกกี้ คอนเฟลก บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงไปขายที่โรงเรียนแม้รายได้จะไม่มากแต่อย่างน้อยก็ทำให้มีรายได้เพิ่มเข้ามาในครอบครัวอีกทาง

          ขณะนี้จุ๊บจิ๊บกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 สายวิทย์-คณิต ผลการเรียนเทอมล่าสุดได้เกรดเฉลี่ย 4.00 สร้างความภาคภูมิใจและเป็นของขวัญที่ทำให้พ่อกับแม่หายเหนื่อยจากการตรากตรำทำงานอย่างหนัก แม้จะมีภาะที่หนัก แต่จุ๊บจิ้บรู้จักแบ่งเวลา เวลาไปโรงเรียนก็จะตั้งใจเรียน เมื่อมีเวลาว่างในโรงเรียนก็จะนั่งทำการบ้านที่ครูมอบหมาย และจะพยายามทำงานให้เสร็จจากที่โรงเรียนเลย เมื่อมาถึงบ้านจะได้ช่วยทำงานบ้าน ทั้งซักผ้า กรอกน้ำเข้าตู้เย็น กวาดบ้าน ถูบ้าน บางครั้งก็เข้าครัวช่วยแม่ทำกับข้าว นอกจากนี้ยังช่วยหาเงินเข้าบ้านด้วยการพับถุงกระดาษขาย รับขนมพวกคุกกี้ คอนเฟลก บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงไปขายที่โรงเรียนแม้รายได้จะไม่มากแต่อย่างน้อยก็ทำให้มีรายได้เพิ่มเข้ามาในครอบครัวอีกทาง

          น้องจุ๊บจิ๊บเป็นเด็กที่มีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นสัตวแพทย์ เพราะตอนที่น้องยังเด็กได้มีโอกาสดูคลิปของสัตวแพทย์ท่านหนึ่งที่พาไปทำความรู้จักกับอาชีพ และการทำงานของสัตวแพทย์ ทำให้คิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่น่าสนใจ และอยากที่จะทำความรู้จักมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับสัตวแพทย์แล้วก็ทำให้คิดว่าอาชีพนี้เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สำคัญ เพราะสามารถช่วยสัตว์ต่างๆ ได้ ถึงพวกเขาจะพูดไม่ได้ แต่พวกเขาก็ต้องการคนที่เข้าใจอย่างสัตวแพทย์ที่ช่วยเหลือให้การรักษาพวกเขา และเรายังสามารถกระจายความรู้ให้แก่ผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือบุคคลธรรมดาเพื่อช่วยเหลือสัตว์ต่างๆได้อีกด้วย น้องจึงคิดว่าอาชีพสัตวแพทย์เป็นอาชีพที่สนใจ เพราะได้ทำในสิ่งที่รักและมีผลตอบแทนที่ดีสามารถทำให้น้องยืนหยัดด้วยตัวเองและยังทำให้ครอบครัวสุขสบายได้

          น้องจุ๊บจิ๊บเป็นเด็กที่มีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นสัตวแพทย์ เพราะตอนที่น้องยังเด็กได้มีโอกาสดูคลิปของสัตวแพทย์ท่านหนึ่งที่พาไปทำความรู้จักกับอาชีพ และการทำงานของสัตวแพทย์ ทำให้คิดว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่น่าสนใจ และอยากที่จะทำความรู้จักมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ได้หาข้อมูลเกี่ยวกับสัตวแพทย์แล้วก็ทำให้คิดว่าอาชีพนี้เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สำคัญ เพราะสามารถช่วยสัตว์ต่างๆ ได้ ถึงพวกเขาจะพูดไม่ได้ แต่พวกเขาก็ต้องการคนที่เข้าใจอย่างสัตวแพทย์ที่ช่วยเหลือให้การรักษาพวกเขา และเรายังสามารถกระจายความรู้ให้แก่ผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงหรือบุคคลธรรมดาเพื่อช่วยเหลือสัตว์ต่างๆได้อีกด้วย น้องจึงคิดว่าอาชีพสัตวแพทย์เป็นอาชีพที่สนใจ เพราะได้ทำในสิ่งที่รักและมีผลตอบแทนที่ดีสามารถทำให้น้องยืนหยัดด้วยตัวเองและยังทำให้ครอบครัวสุขสบายได้

          สำหรับใครที่เจอปัญหา เผชิญมรสุมชีวิต น้องจุ๊บจิ๊บก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังพบอุปสรรคของชีวิตอยู่ทุกวันเหมือนกัน จึงอยากขอฝากกำลังใจให้ทุกคนยิ้มสู้ฝ่าฟันทุกอุปสรรคปัญหาไปด้วยกัน
          “หนูอยากจะบอกว่าถ้าเหนื่อยเราก็แค่พัก ทุกคนสามารถเหนื่อยได้ ท้อได้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ทุกคนมีปัญหาของตนเองกันทั้งนั้นอยู่ที่ว่าเราจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างไร หนูอยากให้ทุกคนที่กำลังประสบปัญหาตกอยู่ในเส้นทางที่ยากลำบากและต้องการกำลังใจให้กลับมาลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง หนูอยากให้เราลองนึกภาพเห็นคนที่เรารัก หรือตัวของเราเอง ยืนอยู่ปลายเส้นทางของความสำเร็จนั้น ลองนึกภาพว่าเมื่อเราไปถึงได้จะมีความสุขแค่ไหน ถึงทางที่เราเดินมันจะลำบาก แต่ถ้าปลายทางมันสวยงาม หนูว่ามันก็คุ้มที่จะพยายามก้าวข้ามผ่านมันไปค่ะ”

          สำหรับใครที่เจอปัญหา เผชิญมรสุมชีวิต น้องจุ๊บจิ๊บก็เป็นคนหนึ่งที่กำลังพบอุปสรรคของชีวิตอยู่ทุกวันเหมือนกัน จึงอยากขอฝากกำลังใจให้ทุกคนยิ้มสู้ฝ่าฟันทุกอุปสรรคปัญหาไปด้วยกัน
          “หนูอยากจะบอกว่าถ้าเหนื่อยเราก็แค่พัก ทุกคนสามารถเหนื่อยได้ ท้อได้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ทุกคนมีปัญหาของตนเองกันทั้งนั้นอยู่ที่ว่าเราจะก้าวผ่านมันไปได้อย่างไร หนูอยากให้ทุกคนที่กำลังประสบปัญหาตกอยู่ในเส้นทางที่ยากลำบากและต้องการกำลังใจให้กลับมาลุกขึ้นสู้ได้อีกครั้ง หนูอยากให้เราลองนึกภาพเห็นคนที่เรารัก หรือตัวของเราเอง ยืนอยู่ปลายเส้นทางของความสำเร็จนั้น ลองนึกภาพว่าเมื่อเราไปถึงได้จะมีความสุขแค่ไหน ถึงทางที่เราเดินมันจะลำบาก แต่ถ้าปลายทางมันสวยงาม หนูว่ามันก็คุ้มที่จะพยายามก้าวข้ามผ่านมันไปค่ะ”